เปิดสาเหตุ นักเรียนหญิง ม.6 ปล้นร้านทอง กวาดทองคำ 43 เส้น

เปิดสาเหตุ นักเรียนหญิง ม.6 ปล้นร้านทอง กวาดทองคำ 43 เส้น

จากเรียนหญิง ม.6 บุกเดียวใช้มีด ปล้นร้านทอง ในห้างสรรพสินค้าดัง ย่านรัตนาธิเบศร์ นนทบุรี แต่ไปไม่รอดถูกรวบทันควัน วันที่ 12 ก.ย.64 จากกรณี นักเรียนหญิง ชั้น ม.6 โรงเรียนย่านดอนเมือง กรุงเทพฯ อายุเพียง 17 ปี ก่อเหตุ ปล้นร้านทอง ในร้านทอง ห้างค้าปลีก บนถนนรัตนาธิเบศร์ ต.บางกระสอ อ.เมือง จ.นนทบุรี โดยพบว่าตำรวจสายตรวจประจำร้านทอง สามารถรวบตัวคนร้ายไว้ได้ทันควัน

จากการสอบสวน ดต.ณัฐพล มวลเกษม ผบ.หมู่งานปราบปราม สภ.รัตนาธิเบศร์ 

ปฏิบัติหน้าที่เฝ้าร้านทอง ได้รับแจ้งจากพนักงานรักษาความปลอดภัยของห้าง ว่ามีเหตุจี้ชิงทอง จึงรีบวิ่งไล่ติดตามและจับกุมตัวคนร้ายได้ ขณะที่พยานในที่เกิดเหตุ เล่าว่า ขณะก่อเหตุเยาวชนหญิง สวมเสื้อสีเหลือง ใส่หมวกสีดำ กางเกงขายาวสีน้ำเงินขลิบขาว ได้เดินตรงไปที่หัวหน้าพนักงานขายของร้านทอง ก่อนยื่นแผ่นกระดาษเขียนข้อความว่า “ให้เอาทองที่อยู่บนผนังตู้โชว์ใส่ถุงดำที่เตรียมมา”

โดยคนร้ายถือมีดปลายแหลมขนาดใหญ่ จี้อยู่ที่บริเวณลำตัวของพนักงานร้านขายทองตลอดเวลา เมื่อคนร้ายได้ทองคำจำนวน 1 ถาดใหญ่ ซึ่งส่วนมากจะเป็นสร้อยทอง น้ำหนัก 1 สลึง และครึ่งสลึง จำนวน 43 เส้น น้ำหนักรวมกว่า 30 บาท คนร้ายจึงได้วิ่งหลบหนี ออกไปทางหน้าห้าง

สำหรับสาเหตุในการก่อเหตุครั้งนี้ พ.ต.อ.เมษานนท์ เผยว่า เยาวชนหญิงผู้ก่อเหตุ รับสารภาพว่าได้นำเงินจำนวน 50,000 บาท ไปลงทุนออนไลน์แล้วถูกโกง จึงคิดสั้นขึ้นรถประจำทางจากบ้านย่านดอนเมือง และมาลงรถที่ห้างค้าปลีก ที่เคยมาเดินเล่นเป็นประจำและเห็นลู่ทางในการก่อเหตุ เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวไปสอบปากคำ ก่อนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดเพิ่มเติม พบว่าคนร้ายเดินเข้ามาทางเดินเข้าประตูห้างมา สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีดำ สวมกางเกงขายาวสีดำ ปล่อยผมยาว สวมแมสก์สีขาว ในมือถือกระเป๋าสีขาวใบที่ใช้ก่อเหตุ และมีถุงกระดาษขนาดใหญ่ถือมาด้วยคาดว่าน่าจะใส่เสื้อผ้าและอุปกรณ์ในการก่อเหตุ

อ้างคนในครอบครัวมีเอี่ยวด้วย อาผะ สารภาพ อุ้มน้องจีน่า แลกยาบ้า คนว่าจ้างเห็นน้องน่ารักอยากเอาไปเลี้ยง ตำรวจ ปมหายตัวน้องจีน่า วัย 1 ขวบถูกลักพาตัว ล่าสุด อ้างอิงจากรายงานข่าว เดลินิวส์ออนไลน์ วันที่ 9 ก.ย. 64 จากการสอบสวนปากคำ อาผะ ผู้กอ่เหตุไให้การรับสารภาพว่า มีคนบงการในการลักพาตัวน้องจีน่า โดยเสนอให้ยาบ้าเป็นค่าตอบแทน ซึ่งผู้บงการอ้างว่าน้องจีน่า น่ารักน่าเอ็นดู อยากได้ไปเลี้ยงดู

หลังการสอบปากคำนายอาผะ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญตัวผู้ต้องสงสัยจำนวน 3 คน มาสอบสวนปากคำ ซึ่งทั้ง 3 คนนั้นมีความเกี่ยวข้องกับครอบครัวน้องจีน่า โดยตำรวจได้มีการนำตัวแยกสอบสวนปากคำ เพราะทุกอย่างยังเป็นแค่คำให้การของผู้ก่อเหตุ ที่ให้การวกไปวนมา

ตำรวจเชื่อว่ามีคนบงการการอุ้มน้องจีน่า คนร้ายต้องเป็นคนใกล้ชิดกับนายเสี่ยว ว่าจ้างให้ลักพาตัวน้องจีน่า เพื่อส่งมอบให้คนว่าจ้าง จากนั้นคนว่าจ้างก็ดูแลน้องจีน่าอยู่ภายในหมู่บ้านไม่ได้หนีออกจากหมู่บ้าน แต่เรื่องแดง เป็นเรื่องใหญ่โต คนร้ายจึงเอาน้องจีน่าไปไว้ในกระท่อม สถานที่ที่เจ้าหน้าที่เคยไปค้นหาแล้วแต่ไม่พบ

ผู้คุมพิจิตร สารภาพ ยิงครอบครัวตาย 4 ศพ จริง ขัดแย้งปมที่ดิน

ผู้คุมพิจิตร ยอมรับว่าเป็นผู้ก่อเหตุ ยิงครอบครัวตาย 4 ศพ จริง เผยขัดแย้มปมที่ดิน รวมถึงถูกลูกเลี้ยงท้าทายในวันเกิดเหตุ ตำรวจ สภ.เมืองพิจิตร นำตัว นายพุทธวรรณ มั่นปาน เจ้าหน้าที่เรือนจำจังหวัดพิจิตรที่ก่อเหตุยิงครอบครัวเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 4 ศพ มาสอบสวน โดยเจ้าตัวสารภาพเป็นคนก่อเหตุ ส่วนรายละเอียดของการลั่นไกยิงครอบครัวขอให้การในชั้นศาล ซึ่งหลังจากที่พาตัวผู้ต้องหากลับเข้าที่คุมขัง นายพุทธวรรณ กล่าวเพียงสั้น ๆ กับสื่อว่า ขอโทษกับผู้เสียชีวิต จากนั้นจึงเข้าห้องขัง ซึ่งตลอดทั้งวันมีผู้เข้ามาขอเยี่ยมผู้ต้องหาตลอด

ด้าน พ.ต.ท. บุญยัง บุญเอี่ยม รองผู้กำกับการสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองพิจิตร ระบุว่า นายพุทธวรรณ เผยปมสังหารเกิดจากเรื่องทะเลาะวิวาท โดยเฉพาะเรื่องที่ดิน ซึ่งทางนายพุทธวรรณพยายามไถ่ถอนจากที่ดินที่ทางครอบครัวที่นำไปจำนองกลับคืนมา จากนั้นทางครอบครัวที่เสียชีวิตพยายามบังคับให้โอนที่ดินให้กับลูกเลี้ยง แต่นายพุทธวรรณ ยังไม่เต็มใจจะยอมโอนที่ดินให้ลูกเลี้ยง เนื่องจากมีพฤติกรรมทำตัวไม่ดี

ในวันที่เกิดเหตุ ระหว่างที่ลูกเลี้ยงกำลังเปิดเพลงเสียงดัง นายพุทธวรรณ ได้ห้ามปราม แต่กลับถูกลูกเลี้ยงกลับท้าทาย และด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคาย ว่า “แก่ก็อยู่ส่วนแก่” เกิดโมโห จึงยิงปืนจนทำให้เสียชีวิต จากนั้นจึงตามไปยิงครอบครัวคนอื่น ๆ ที่มองว่ามักสร้างแรงยุยง ส่วนเด็กที่บาดเจ็บนั้นเป็นการถูกลูกหลงเพราะอยู่ในพื้นที่

ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีกับผู้ต้องหา 4 ข้อหาหนัก คือ ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา พยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา พกพาอาวุธปืนไปในเมืองหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่มีเหตุอันควร และยิงปืนในเมือง หมู่บ้าน หรือที่ชุมชนโดยไม่มีเหตุอันควร และไม่อนุญาตประกันตัว เบื้องต้นยังควบคุมตัว เตรียมส่งศาลจังหวัดพิจิตรในวันนี้ (10 กันยายน)

ขณะที่ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 3 ราย ยังคงมีอาการสาหัส เนื่องจากถูกกระสุนปืนเข้าบริเวณจุดสำคัญของร่างกาย และเข้ารักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู โรงพยาบาลพิจิตร ส่วนผู้เสียชีวิตทั้ง 4 ราย จะนำศพตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดคลองคะเชนทร์

Credit : แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว | แต่งบ้านและสวน | พระเครื่อง | รีวิวกล้องถ่ายรูป