ทักษิณ ปล่อยเพลง ‘เกิดมาเป็นนักสู้’ ซิงเกิลแรกในรอบ 10 ปี

ทักษิณ ปล่อยเพลง ‘เกิดมาเป็นนักสู้’ ซิงเกิลแรกในรอบ 10 ปี

ทักษิณ ปล่อยซิงเกลใหม่ เกิดมาเป็นนักสู้ ถือเป็นซิงเกิลแรกในรอบสิบปี โดยเนื้อหาเพลงคือการขอต่อสู้เพื่อคนไทย หวังสร้างชีวิตที่ดีกว่าเคียงข้างชาวไทย ทักษิณ ชินวัตร หรือ โทนี่ วูดซัม อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ร่วมสนทนาบนไลฟ์เฟซบุ๊ก ตอน “มานี่…พี่จะบอก ประยุทธ์ทำแพง ประชาชนจะหมดแรงแล้ว แม๊!!” ของกลุ่ม CARE คิด เคลื่อน ไทย

ซึ่งในช่วงหนึ่งของการไลฟ์นั้น อดีตนายกฯ ก็ได้เปิดเผยถึงซิงเกิลเพลงใหม่เป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี ภายใต้ชื่อเพลง “เกิดมาเป็นนักสู้”

โดยมีเนื้อหาของเพลง ได้เล่าถึงประสบการณ์ที่ตนเจอที่มีทั้งทุกข์และสุข แต่ไม่ว่าสุดท้ายจะยังไงก็จะต่อสู้ ฟันฝ่าอุปสรรค เพื่อคนไทย และหวังมอบจะสร้างชีวิตที่ดีกว่าเคียงข้างประชาชนชาวไทย ซึ่งในเพลงนั้นยังได้มีการนำภาพของอดีตนายกฯในช่วงที่ยังปฏิบัติหน้าที่ในฐานะนายกรัฐมนตรี รวมถึงตอนที่เดินทางกลับประเทศไทยในปี 51 เป็นภาพประกอบเพลงด้วย

เพลงเกิดมาเป็นนักสู้ สุรักษ์ สุขเสรี เป็นนักแต่งเพลงที่แต่งเพลงดังๆ หลายเพลง เธอผู้ไม่แพ้ หากันจนเจอ วิมานดิน โดยเป็นฝ่ายนาย สุรักษ์ ที่ขอรับอาสาแต่งให้ คงเห็นตนชอบร้องเพลงตะกุกตะกัก ทั้งนี้ นายทักษิณ ระบุว่า มิวสิกวีดีโอจะออกช่วงเดือนเมษายน

ขณะที่ชาวต่างชาติยังคงต้องลงทะเบียนลง Thailand Pass และต้องแนบเอกสาร เช่น หนังสือเดินทาง, เอกสารรับรองการได้รับวัคซีน หรือหากไม่ได้รับวัคซีน/รับวัคซีนไม่ครบ ให้แนบผลตรวจ RT-PCR หรือ Professional ATK ที่ออกภายใน 72 ชั่วโมงก่อนเดินทาง และหลักฐานการมีประกันที่ครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลในไทยในวงเงินขั้นต่ำ 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ

” หัวใจของความสำเร็จของระบบนี้ คือ ความร่วมมือของประชาชน บวกกับความตั้งใจจริงของภาครัฐในการแก้ปัญหา การพัฒนาให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่น่าอยู่ ต้องอาศัยความร่วมมือของทุกคน ร่วมมือกันตั้งแต่วันนี้เพื่อกรุงเทพฯ ที่ดีของเราทุกคน ” ผู้ว่ากทม. คนใหม่ กล่าวในวันเปิดตัวช่องทาง ไลน์เพื่อนชัชชาติ ฉะนั้น สรุปการตรวจเครื่อง GT200 จึงไม่มีความจำเป็นเนื่องจากคดีมันสิ้นกระแสความแล้ว และทางอัยการแจ้งผลให้กองทัพบกทราบตั้งแต่วันที่ 8 ก.ย. 64 แล้ว

‘ธนกร’ เผย ‘ประยุทธ์’ กำชับชี้แจงประชาชนเข้าใจ UCEP Plus เริ่มให้บริการวันนี้

โฆษกสำนักนายก เผย ประยุทธ์ กำชับให้หน่วยงานชี้แจงประชาชนให้เข้าใจถึง UCEP Plus โดยจะเริ่มให้บริการในวันนี้เป็นวันแรก นาย ธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า วันนี้ 16 มีนาคม 2565 จะเป็นวันแรก ในการเปิดบริการการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 หรือ UCEP Plus หลังจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการกำหนดค่าใช้จ่ายในการดำเนินการผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต กรณีผู้ป่วยโควิด 19 แบบ UCEP Plus

โดยผู้ติดเชื้ออาการสีเหลืองและสีแดง สามารถเข้ารักษาในโรงพยาบาลได้ทุกแห่งจนหายป่วย ไม่เสียค่าใช้จ่าย และหากอาการรุนแรงขึ้นจำเป็นต้องส่งต่อไปโรงพยาบาลอื่นในเครือข่ายจะไม่เสียค่าใช้จ่าย แต่หากผู้ป่วยหรือญาติประสงค์จะไปรักษาที่โรงพยาบาลนอกเครือข่าย จะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง

ส่วนผู้ป่วยอาการสีเขียวจะให้เข้ารับการรักษาในสถานพยาบาลตามสิทธิโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และหากอาการเปลี่ยนเป็นสีเหลืองหรือสีแดง สามารถส่งต่อไปยังโรงพยาบาลอื่นโดยใช้สิทธิ UCEP Plus ได้เช่นกัน ทั้งนี้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรีฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้กำชับทุกส่วนราชการที่เกื่ยวข้องเร่งประชาสัมพันธ์ เพื่อให้ประชาชน รวมไปถึงหน่วยบริการสาธารณสุขทั้งภาครัฐและเอกชน เข้าใจ และเข้าถึงสิทธิ UCEP Plus อย่างเป็นธรรม

สถาบันการแพทย์ฉุกเฉ์นแห่งชาติ (สพฉ.)ได้จัดทำเกณฑ์การประเมินคัดแยกผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต กรณีโรคโควิด 19 (UCEP Plus) ไว้ตามอาการต่าง ๆ โดยผู้ป่วยที่ตรวจ ATK หรือ RT-PCR มีผลเป็นบวก ร่วมกับมีอาการอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น 1) ภาวะหัวใจหยุดเต้น มีสิ่งอุดกั้นทางเดินหายใจ หายใจลำบากเฉียบพลัน มีภาวะช็อก มีภาวะโคม่า

2) มีอาการไข้สูงเกิน 39 องศาเซลเซียส มากกว่า 24 ชั่วโมง หรือหายใจเร็วมากกว่า 25 ครั้งต่อนาทีในผู้ใหญ่ หรือออกซิเจนในเลือดเมื่อแรกรับน้อยกว่า 94% หรือมีระดับออกซิเจนลดต่ำลงกว่าภาวะปกติ 3% เมื่อออกแรง หรือโรคประจำตัวเปลี่ยนแปลงรุนแรง หรือผู้ป่วยมีความเสี่ยงสูงตามดุลยพินิจของแพทย์

3) มีอาการอื่นร่วมด้วย คือ เหนื่อยหอบ หายใจเร็ว มีปัจจัยเสี่ยงอาการรุนแรงหรือโรคร่วม เช่น อายุมากกว่า 60 ปี โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคปอดเรื้อรังอื่น ๆ โรคไตเรื้อรัง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคเบาหวานที่ควบคุมไม่ได้ ภาวะอ้วน หญิงตั้งครรภ์ ตับแข็ง ภูมิคุ้มกันต่ำ หรือตามดุลยพินิจของผู้คัดแยก

โดยการใช้สิทธิ สามารถโทรแจ้ง 1669 โรงพยาบาลจะประเมินอาการและรักษาเบื้องต้น และกรอกรายละเอียดอาการผ่านโปรแกรม PA ของ สพฉ. หากเข้าเกณฑ์ UCEP Plus จะสามารถใช้สิทธิได้ทันที ทั้งนี้ สพฉ.ได้เตรียมศูนย์ประสานคุ้มครองสิทธิผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต หมายเลข 02-872-1669 เพื่อให้คำปรึกษากรณีมีข้อสงสัยหรือมีปัญหาในการใช้สิทธิ

Credit : แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว | แต่งบ้านและสวน | พระเครื่อง | รีวิวกล้องถ่ายรูป